ฉลากสินค้า อีกหนึ่งกลยุทธ์ทางการขาย

ฉลากสินค้า อีกหนึ่งกลยุทธ์ทางการขาย

ฉลากสินค้า เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่สามารถสร้างสร้างแบรนด์ได้ไม่ต่างกับที่บรรจุภัณฑ์ที่เป็นหัวใจหลักของการแข่งขัน ซึ่งการทำฉลากสินค้านั้นเป็นที่นิยมไม่น้อยในปัจจุบัน เนื่องจากราคาที่ถูกกว่าการทำบรรจุภัณฑ์และความสะดวกรวดเร็วในการผลิตและการใช้งานมากกว่า ฉลากสินค้าจึงเป็นตัวเลือกที่ผู้ประกอบการหลายรายเลือกใช้กัน ซึ่งการออกแบบฉลากสินค้านั้นก็ต้องออกแบบให้มีความโดดเด่นสะดุดตา แต่ไม่ควรจะดูรกตาจนเกินไป นอกจากนี้ควรระบุข้อมูลของผลิตภัณฑ์ต่างๆให้ชัดเจนและต้องทำให้ผู้บริโภคเข้าใจได้ง่าย ซึ่งกลยุทธ์ทางการตลาดที่อาศัยการพิมพ์ฉลากสินค้านั้นต้องอาศัยการตั้งชื่อของฉลากสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ ซึ่งการตั้งชื่อฉลากสินค้านั้นผู้ผลิตและผู้ขายอาจทำได้ทั้งในลักษณะตั้งชื่อเฉพาะสำหรับผลิตภัณฑ์แต่ละชนิดที่ขาย หรืออาจใช้ชื่อยี่ห้อเดียวกันกับผลิตภัณฑ์ทุกชนิดที่ขายได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่าชื่อยี่ห้อนั้น ๆ ติดปากผู้บริโภค ชื่อเสียงมีอยู่แล้วในตลาดและเหมาะสมกับชนิดผลิตภัณฑ์นั้นๆมากน้อยเพียงใด ซึ่ง Fastboxs เราได้จำแนกกลยุทธ์ทางการขาย โดยการตั้งชื่อฉลากสินค้าได้ 7 กลยุทธ์ดังนี้

1. Individual brand – เป็นฉลากสินค้าเฉพาะของผลิตภัณฑ์ใดผลิตภัณฑ์หนึ่งที่ขาย ถ้าผู้ขายมีผลิตภัณฑ์หลายชนิดก็ตั้งชื่อฉลากสินค้าของแต่ละผลิตภัณฑ์ให้แตกต่างกันไป  มักใช้กับสินค้าที่มีคุณภาพและรูปแบบต่าง ๆ กัน

2. A blanket family brand – ผลิตภัณฑ์ทุกตัวใช้ชื่อเดียวกัน

3. Separate family brand – เป็นฉลากสินค้าของผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเดียวกันใช้ชื่อเดียวกัน  ถ้าเป็นผลิตภัณฑ์แต่ละชนิดก็ตั้งชื่อฉลากสินค้าให้แตกต่างกันออกไป

4. Company name combined with individual product name – เป็นชื่อยี่ห้อที่เกิดจากชื่อกิจกรรมรวมกับ ชื่อผลิตภัณฑ์เพื่อแสดงให้เห็นว่าผลิตภัณฑ์มาจากกิจการใด การตั้งชื่อฉลากสินค้าแบบนี้จึงเป็นการบอก (generic name) ชื่อเสียงของกิจการไว้ในผลิตภัณฑ์ และป้องกันไม่ให้ชื่อฉลากสินค้าของผลิตภัณฑ์กลายเป็นชื่อยี่ห้อทั่วไป (gemeric name)

5. Brand Extension – เป็นการตั้งชื่อผลิตภัณฑ์ใหม่ / ผลิตภัณฑ์ที่ปรับปรุงใหม่ โดยชื่อใหม่ตั้งขึ้นมาจากการ ขยายจากชื่อ ทำให้กิจการประหยัดต้นทุนในการแนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่สู่ตลาดและทำให้ผู้บริโภครู้จักผลิตภัณฑ์ใหม่ได้รวดเร็วขึ้น

6. Multi brand – เป็นการตั้งชื่อยี่ห้อใหม่ให้กับผลิตภัณฑ์ตัวเดิม กิจการมักใช้กลยุทธ์นี้เมื่อผลิตภัณฑ์ที่ขายได้รับผลกระทบจากผลิตภัณฑ์ของคู่แข่งขัน ถ้าใช้ผลิตภัณฑ์ในชื่อเดิมแข่งขันจะกระทบถึงภาพลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ กิจการจึงจำเป็นต้องใช้ยี่ห้อใหม่เข้ามาแข่งขันแทนเพื่อรักษาส่วนแบ่งตลาด

7. Brand Repositioning – เป็นการปรับเปลี่ยนตำแหน่งของผลิตภัณฑ์เมื่อปรับปรุงใหม่  ทั้งนี้เพื่อสร้างความซื่อสัตย์ในฉลากสินค้า Brand Loyalty ให้กับผลิตภัณฑ์ เพื่อให้ได้ผลกิจการควรปรับเปลี่ยนทั้งผลิตภัณฑ์และภาพผลิตภัณฑ์ของผลิตภัณฑ์ เช่น การเปลี่ยนปรับปรุงสูตรใหม่ หรือการทำบรรจุภัณฑ์ใหม่ เพื่อความทันสมัยและมีภาพลักษณ์ดีขึ้น

พิมพ์สติ๊กเกอร์โฮโลแกรมทิ้งชื่อแบรนด์

การจัดการฉลากสินค้า

รายละเอียดของข้อมูลบนบรรจุภัณฑ์เรียกว่า ฉลากสินค้า (labeling) ปัจจุบันกฎหมายกำหนดให้ผลิตภัณฑ์

ทุกชนิดมีบรรจุภัณฑ์ต้องปรากฏข้อมูลต่อไปนี้บนบรรจุภัณฑ์ด้วยทุกครั้ง   ได้แก่

  ชื่อตรายี่ห้อของผลิตภัณฑ์

  ประโยชน์ของผลิตภัณฑ์

  วิธีการใช้ผลิตภัณฑ์

  ข้อควรระวังในการใช้ผลิตภัณฑ์

  ชื่อผู้ผลิต

  วัน เดือน ปีที่ผลิต / วันหมดอายุ

ABOUT US


103/10 Soi.Bangkhae 12 Bangkhae,
Bangkhae, 10160
061-364-6669 / 062-491-5441
fastboxs.info@gmail.com

จดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์

ปลอดภัย รับรองโดย Google

เพิ่มความปลอดภัยในส่งข้อมูลบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต

OTHER INFO

โรงพิมพ์ Fastboxs.com รับพิมพ์กล่องบรรจุภัณฑ์ (Packaging) เริ่มที่ 100 ใบ ถุงกระดาษ (Paper bag) เริ่มที่ 300 ใบ กล่องจั่วปัง (Rigid box) เริ่มที่ 300 ใบ ฉลากสินค้า (Sticker label) สติ๊กเกอร์กันปลอมโฮโลแกรม 2D 3D (Hologram Sticker) เริ่มที่ 1,000 ดวง ใบปลิว แผ่นพับ (Brochures) พิมพ์จำนวนน้อย

บริการครบวงจร มีบริการออกแบบ ยกระดับผลิตภัณฑ์ของคุณ มีทีมฝ่ายขายให้คำปรึกษาด้านงานพิมพ์กล่อง เราสร้างสรรค์ชิ้นงานที่สวยงามให้เจ้าของแบรนด์มาแล้วกว่า 3,000 แบรนด์ งานพิมพ์ print on demand เริ่มต้นที่ 100 ใบเท่านั้น


© 2018-2019 fastboxs.com